ปั๊มไฮดรอลิคมีเสียงดัง อันตรายไหม เกิดจากอะไร รับมืออย่างไรได้บ้าง

ตามหลักวิศวกรรมแล้ว ระบบไฮดรอลิคจะทำงานเบามากจนเสียงที่ได้ยินจะมีแค่เสียงหึ่งๆๆ เป็นโทนนุ่มนวล สบายหู ต่อให้เร่งเครื่องก็ยังคงได้ยินเสียงแบบเดิม แต่หากคุณเริ่มได้ยินเสียงแปลกๆ ออกมาจากปั๊มไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็นเสียงแกร๊กๆ กึกๆ เสียงเอี๊ยดแสบแก้วหู หรืออะไรก็ตาม นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าปั๊มของคุณกำลังมีปัญหา ต่อให้จะไม่ได้ส่งเสียงน่ารำคาญตลอดเวลาที่ใช้งาน แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจเด็ดขาด เพราะนั่นอาจทำร้ายระบบไฮดรอลิคของคุณได้ในระยะยาว และวันนี้เราจะมาพูดถึงสาเหตุที่ทำให้ปั๊มไฮดรอลิคมีเสียงดังว่ามีอะไรบ้าง แล้วแต่ละเสียงบ่งบอกสาเหตุได้ขนาดนั้นเลยหรือไม่ ไม่อยากให้มีเสียงดังอีกต้องแก้ด้วยวิธีไหนบ้าง

ปั๊มไฮดรอลิคมีเสียงดังกี่แบบ เกิดจากอะไรบ้าง?

1. เสียงดังแกร๊กๆๆ / ครืดๆๆ

หากคุณได้ยินเสียงแกร๊กๆๆ ครืดๆๆ เหมือนมีเศษหินกรวดวิ่งอยู่ในปั๊มที่ระคายหูสุดๆ เราขอบอกก่อนครับว่าไม่ได้มีเศษหินเศษน๊อตเข้าไปแต่อย่างใด แต่มันคือเสียงของโพรงอากาศในปั๊ม ซึ่งมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากไส้กรองขาดูดหรือท่อไฮดรอลิคฝั่งทางดูดเกิดอาการพับตัน จนปั๊มดูดน้ำมันไม่ทันและเกิดภาวะสูญญากาศ น้ำมันจึงกลายเป็นฟองอากาศสูญญากาศขนาดเล็กจำนวนมาก และฟองพวกนี้จะระเบิดอัดใส่เนื้อเหล็กภายในปั๊มด้วยความเร็วสูงจนส่งเสียงดังโวยวายออกมา หากปล่อยทิ้งไว้เนื้อเหล็กข้างในจะโดนกัดจนแหว่งเป็นรูพรุนและพังถาวร

2. เสียงหอนวู้ๆๆ / ฮือๆๆ

เสียงแบบนี้จะดังหอนต่อเนื่องคล้ายเสียงพวงมาลัยพาวเวอร์รถยนต์เวลาเราเลี้ยวรถจนสุด ยิ่งเราเร่งรอบมอเตอร์ เสียงหอนนี้ก็จะยิ่งแหลมดังแสบแก้วหูมากขึ้นตามไปด้วย แสดงว่าน้ำมันมีอากาศผสมอยู่ โดยมีสาเหตุมาจากอากาศภายนอกหลุดเข้าไปผสมกับน้ำมันในระบบ ทั้งจากระดับน้ำมันในถังพักที่ต่ำเกินไปจนท่อดูดลอยพ้นน้ำมัน มีรอยรั่วตามข้อต่อท่อขาดูด พอปั๊มดูดเอาน้ำมันที่มีฟองอากาศเข้าไปข้างใน อากาศจะถูกแรงดันบีบอัดอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงหอนยาวๆ ทำให้น้ำมันไม่มีประสิทธิภาพในการหล่อลื่นอีกต่อไป ส่งผลให้ปั๊มร้อนจัดและไหม้ในที่สุด

3. เสียงดังกึกๆๆ / กุกๆๆ

สำหรับเสียงนี้ไม่ได้ดังมาจากข้างในตัวปั๊มโดยตรง แต่อยู่ตรงรอยต่อระหว่างปั๊มกับมอเตอร์ ฟังดูเหมือนมีอะไรหลวมและกระแทกกันเป็นจังหวะตามความเร็วรอบหมุน อาการนี้เกิดจากตัวคัปปิ้ง (Coupling) เสียหาย สาเหตุเกิดจากยางย่อย (Spider) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนตรงกลางที่ทำหน้าที่ซับแรงกระแทกสมานเพลามอเตอร์กับเพลาปั๊มมันแตก เสื่อมสภาพ หรือแหลกจนหมดสภาพแล้ว หรือเกิดจากการติดตั้งเพลา 2 ฝั่งเบี้ยวไม่ได้ศูนย์ เวลาหมุนจึงทำให้เหล็กของคัปปิ้งฝั่งตัวผู้และตัวเมียขูดกันตรงๆ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบเปลี่ยนยาง เพลาปั๊มอาจจะโดนแรงกระแทกจนหักสะบั้นต่อหน้าต่อตาแน่นอนครับ

4. เสียงเอี๊ยดๆๆ / แกร๊งๆๆ

ส่วนเสียงสุดท้ายนี้เป็นเสียงที่ใครหลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะเสียงนี้จะดังเอี๊ยดเหมือนเหล็กเสียดสีกันอยู่หรือบางครั้งอาจเป็นเสียงกระแทกดังตึงๆๆ / แกร๊งๆๆ ออกมาจากตัวปั๊มอย่างรุนแรง พร้อมกับแรงดันในระบบตกวูบและน้ำมันร้อนจัดผิดปกติ นี่คืออาการของปั๊มไฮดรอลิคเสียหาย ซึ่งเกิดจากชิ้นส่วนกลไกสำคัญข้างในปั๊มมันพัง แตก หรือหักจริงๆ เช่น ลูกปืนแกนเพลา ตัวขับเคลื่อน แกนไฮดรอลิค หรือใบเวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลพวงมาจากการปล่อยให้ไส้กรองขาดูดหรือท่อพับตันนานเกินไปจนปั๊มรับไม่ไหว ถ้าได้ยินเสียงนี้เมื่อไหร่ให้รีบสับสวิตช์ปิดเครื่องทันที เพราะถ้าฝืนเดินระบบต่อ ปั๊มได้แตกกระจายคามือแน่นอน

ปั๊มไฮดรอลิคมีเสียงดังตอนไหนบ้าง?

หลายคนอาจคิดว่าปั๊มไฮดรอลิคมีเสียงดังตลอดเวลาถึงจะเรียกว่าอันตราย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต่อให้มีเสียงดังเพียงเล็กน้อย หรือมีเสียงแค่บางช่วงเวลา ก็ถือว่าอันตรายด้วยเช่นกัน และนี่คือช่วงเวลาที่มีโอกาสที่ปั๊มไฮดรอลิคจะมีเสียงดังที่คุณอาจสังเกตได้ด้วยตัวเอง

1. ดังตอนสตาร์ทเครื่องใหม่ๆ

อาการนี้เป็นกับดักที่ช่างหรือเจ้าของโรงงานตกม้าตายเยอะที่สุดครับ พอเปิดเครื่องตอนเช้าทีไร ปั๊มจะส่งเสียงดังแกร๊กๆๆ เหมือนมีเศษหินวิ่งอยู่ข้างใน แต่พอเดินเครื่องทิ้งไว้สัก 10-15 นาที เสียงก็กลับมาเงียบกริบเหมือนเดิม เครื่องจักรก็ยังทำงานได้ตามปกติจนเราคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง แต่อย่าลืมนะครับว่า ในช่วงหลังจากหยุดใช้งานแล้วปล่อยเครื่องจักรทิ้งไว้ข้ามคืน เป็นช่วงที่น้ำมันไฮดรอลิคจะเย็นลงและมีความหนืดสูงมาก พอเรากดสตาร์ทเครื่องปุ๊บ ปั๊มพยายามจะดูดน้ำมันหนืดๆ เหล่านั้นผ่านไส้กรองขาดูด แต่มันดูดไม่ขึ้น ส่งผลให้เกิดสภาวะสูญญากาศและเกิดฟองอากาศระเบิดอัดเนื้อเหล็กข้างในปั๊ม จนส่งเสียงดังโวยวายออกมา แต่พอเครื่องทำงานไปเรื่อยๆ น้ำมันเริ่มร้อนขึ้นจนเหลว ปั๊มก็เลยดูดง่ายขึ้น เสียงเหล่านั้นก็เลยเงียบไปนั่นเอง

หลายคนอาจคิดว่าไม่เป็นอันตรายเพราะเสียงมันเงียบไปเองหลังจากใช้งานไปได้สักพัก แต่หากปล่อยให้ฟองอากาศสูญญากาศกัดกร่อนเนื้อเหล็กภายในปั๊มเป็นเวลานาน ไม่เช็กไส้กรองเป็นประจำ อาจทำให้ปั๊มไฮดรอลิคพังไวขึ้นแน่นอน

2. ดังเฉพาะตอนยกของหนัก หรือช่วงที่ต้องเค้นแรงดันสูงสุด

อีกหนึ่งอาการชวนสับสนคือ ตอนเครื่องจักรเดินตัวเปล่าหรือทำงานเบาๆ เสียงปั๊มจะเงียบสนิทไม่มีอาการงอแงเลย แต่เมื่อเริ่มใช้งานหนักๆ เช่น จังหวะที่รถแบคโฮตักหินก้อนใหญ่ๆ ไลน์ผลิตกำลังปั๊มขึ้นรูปชิ้นงาน ลิฟต์ไฮดรอลิคกำลังยกของหนัก จู่ๆ ปั๊มก็ส่งเสียงหอนวู้ๆ สลับกับอาการเครื่องจักรกระตุก แต่พอเราปล่อยมือจากวาล์วควบคุม หรือสลับมาเดินเครื่องตัวเปล่า เสียงหอนนั้นก็เงียบหายไปดื้อๆ เลย ซึ่งอาการนี้เกิดจากระบบต้องการน้ำมันและแรงดันมหาศาลไปจ่ายให้กระบอกสูบ ทำให้น้ำมันในถังพักถูกดูดวูบลงอย่างรวดเร็ว พอมีรอยรั่วเล็กๆ ตามข้อต่อท่อขาดูด หรือระดับน้ำมันในถังต่ำเกินไป อากาศภายนอกจะถูกแรงดูดมหาศาลดึงเข้าไปผสมกับน้ำมันทันทีจนเกิดเสียงหอนขึ้นมา

หลายคนคิดว่าเสียงมันจะดังแค่เฉพาะตอนออกแรงยกของหนักๆ แป๊บเดียวก็หาย แต่ความน่ากลัวคือ ทุกครั้งที่ปั๊มดูดเอาฟองอากาศเข้าไปในจังหวะที่มีแรงดันสูง แรงอัดมหาศาลจะทำให้ฟองอากาศเกิดความร้อนจัดจนไหม้เกรียม (Dieseling Effect) ทำให้น้ำมันไฮดรอลิคเสื่อมสภาพกลายเป็นคราบยางเหนียวๆ อุดตันอยู่ที่วาล์วควบคุม ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ ปั๊มจะสูญเสียกำลังในการยกทันที หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบแก้ วันดีคืนดีระบบอาจจะวูบ หมดแรง หรือปั๊มล็อกตายกะทันหันในขณะที่เครื่องจักรกำลังยกของหนัก จนของหล่นลงมากระแทกพื้นพังเสียหาย หรือหล่นทับคนงานที่อยู่แถวนั้นจนถึงแก่ชีวิตได้เลยครับ

3. ดังเฉพาะตอนเครื่องจักรสั่นสะเทือนแรงๆ

เวลาจอดเครื่องทิ้งไว้หรือเดินตัวเปล่า ปั๊มอาจจะหมุนเงียบสนิทไม่มีอาการอะไรเลย แต่เมื่อเครื่องจักรเริ่มขยับ สั่นสะเทือน หรือทำงานกระแทกหนักๆ ปั๊มจะส่งเสียงดังกึกๆๆ หรือ กุกๆๆ สลับกับความเงียบเป็นพักๆ ตามจังหวะการสั่นของเครื่อง ช่างหลายคนคิดว่าเสียงเครื่องจักรสะเทือนสั่นตามปกติอยู่แล้วมั้ง แต่ที่จริงแล้วเสียงนี้ไม่ได้มาจากตัวปั๊มโดยตรง แต่มันคือเสียงเหล็กกระแทกเหล็กของคัปปิ้งที่ย่อยยางตรงกลางจนแตกแหลกละเอียดเรียบร้อยแล้วครับ ตอนเครื่องนิ่งๆ เพลามันอาจประคองให้หมุนไปได้ แต่พอเครื่องสั่นเมื่อไหร่ เพลาจะเริ่มแกว่งจนขัดกันและกระแทกเป็นจังหวะ หากปล่อยผ่าน ไม่ยอมเปลี่ยนยางย่อยราคาหลักร้อย สุดท้ายเพลาปั๊มจะหักสะบั้นคาตา และต้องควักเงินหมื่นเปลี่ยนปั๊มใหม่ยกชุดแน่นอน

ไม่อยากให้ปั๊มไฮดรอลิคเสียงดัง แก้ยังไงดี?

1. ล้างทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองขาดูด

หากสาเหตุเกิดจากโพรงอากาศส่งเสียงดังแกร๊กๆๆ ให้รีบถอดไส้กรองน้ำมันฝั่งขาดูดมาตรวจสอบทันที หากพบเศษสกปรกอุดตันก็ให้ล้างทำความสะอาด แต่หากเป็นไส้กรองประเภทกระดาษ หรือเนื้อกรองอุดตันจนมีค่าความดันลด (Pressure Drop) สูงเกินกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้ระบบดูดน้ำมันผ่านได้ไม่สะดวกเหมือนแต่ก่อน ก็ควรเปลี่ยนไส้กรองชิ้นใหม่ทันที เพื่อให้น้ำมันไหลเข้าปั๊มได้สะดวกแล้วเสียงก็จะเงียบลงเอง

2. เช็กและขันแน่นข้อต่อท่อทางดูด

หากเจอปัญหาอากาศผสมอยู่ในน้ำมันจนปั๊มหอนวู้ๆๆ ให้ตรวจเช็กรอยรั่วตามตำแหน่งข้อต่อไฮดรอลิคไปจนถึงท่อฝั่งขาดูดทั้งหมดก่อนเลยครับ หากมีจุดไหนหลวมซึมก็ขันให้แน่น ส่วนจุดไหนที่มีซีลยางหรือโอริงเสื่อมสภาพก็ให้เปลี่ยนใหม่ทันที จะได้บล็อกไม่ให้อากาศภายนอกหลุดเล็ดลอดเข้าไปผสมกับน้ำมันจนเกิดเสียงหอนอีก

3. เติมน้ำมันไฮดรอลิคให้ได้ระดับมาตรฐาน

หากส่องดูที่ช่องตาแมวหรือก้านวัดแล้วพบว่าน้ำมันพร่องลงจนต่ำกว่าเกณฑ์ ให้รีบเติมน้ำมันไฮดรอลิคเกรดเดิมเพิ่มเข้าไปให้ถึงขีดมาตรฐานทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ปลายท่อดูดลอยพ้นน้ำมันจนเผลอดูดเอาอากาศเข้าระบบแล้วส่งเสียงหอนออกมา

4. เปลี่ยนยางย่อยคัปปิ้งและตั้งศูนย์เพลาใหม่

หากเกิดเสียงกระแทกกุกๆ กึกๆ ตรงรอยต่อมอเตอร์ ให้ถอดคัปปิ้งออกมาเช็กแล้วเปลี่ยนยางย่อยตัวใหม่เข้าไปทันที จากนั้นต้องใช้เครื่องมือวัดเพื่อตั้งศูนย์เพลามอเตอร์กับเพลาปั๊มให้ตรงกันเป๊ะก่อนขันล็อก เพลาจะได้ไม่แกว่งชนกันจนหักสะบั้นในภายหลัง

5. ยกปั๊มไปโอเวอร์ฮอลหรือเปลี่ยนปั๊มใหม่

หากชิ้นส่วนกลไกข้างในปั๊มพังยับเยินจนส่งเสียงเหล็กบดเหล็กดังเอี๊ยดๆ ให้สั่งปิดเครื่องหยุดระบบทันที จากนั้นยกตัวปั๊มส่งโรงกลึงเพื่อโอเวอร์ฮอลเปลี่ยนอะไหล่ภายในใหม่ แต่ถ้าเสื้อปั๊มด้านในโดนขูดจนแหว่งเสียหาย ไม่คุ้มค่าซ่อม ก็ให้เปลี่ยนปั๊มตัวใหม่เข้าไปทันที

สุดท้ายแล้ว อย่าคิดว่าเสียงดังแปลกๆ จากปั๊มไฮดรอลิคเดี๋ยวมันจะหายไปเอง แต่นั่นคือเสียงเตือนสุดท้ายของเครื่องจักร หากคุณยังฝืนใช้งานต่อเพียงเพราะอยากเคลียร์งานให้เสร็จหรือเสียดายเวลา จากปัญหาเล็กๆ ที่แก้ได้ด้วยเงินหลักร้อย อาจลามกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่พังไปหมดทั้งระบบ แต่หากไม่มั่นใจว่าเสียงที่ดังขึ้นมาเกิดจากอะไรกันแน่ แนะนำให้เรียกผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูหน้างานให้จะดีที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อถนอมปั๊มไฮดรอลิคให้อยู่คู่กับคุณได้อีกนานๆ