คงเป็นสิ่งสร้างปัญหาให้กับคนทำงานไม่น้อยโดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง ไปจนถึงกลุ่มการเกษตรหากต้องเจอปัญหาปั้มไฮดรอลิคไม่มีแรง แม้สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ถ้ารู้ถึงสาเหตุพร้อมวิธีดี ๆ ในการปรับแรงดันปั้มไฮดรอลิคอย่างถูกต้องย่อมช่วยให้งานของคุณไหลลื่น ไม่ติดขัด ผลลัพธ์ออกมาดี ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด ลองมาศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมใช้เทคนิคการแก้ไขเหล่านี้กันได้เลย
ปั้มไฮดรอลิคไม่มีแรง เกิดจากอะไร?
ปัจจัยที่ทำให้ปั้มไฮดรอลิคไม่มีแรง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยขอสรุปให้เห็นภาพชัดเจนเพื่อสังเกตความผิดปกติดังกล่าวกัน
- ระดับน้ำมันในถังน้อยเกินไป ส่งผลให้การดูดน้ำมันของปั้มทำได้ไม่เต็มที่ แรงที่ควรส่งออกมาจึงน้อยลงกว่าปกติ
- ระดับแรงดันสูงเกินไปจนโอริงภายในไม่สามารถรับแรงดังกล่าวได้ และเกิดความเสียหาย เมื่อถอดตัวโอริงออกมาจะพบว่าเป็นขุย ๆ หรือหลังเปลี่ยนปั้มไฮดรอลิคใหม่แล้วสตาร์ตเครื่องทั้งที่ยังไม่ได้ปรับลดแรงดันก็ส่งผลให้น้ำมันร้อนเกินไปและไม่มีแรงส่ง
- การรั่วซึมของปั๊ม มีทั้งการรวมซึมบริเวณท่อดูด ซีลคอปั๊มรั่ว ทำให้อากาศปะปนเข้ามาอยู่ในระบบ เกิดฟองอากาศ แรงดันจึงลดลง
- ตัวกรองน้ำมันตัน เกิดจากสิ่งสกปรกหรือน้ำมันเข้าไปอุดตันบริเวณตัวกรอง ปั๊มจึงต้องทำงานหนักแต่ประสิทธิภาพการดูดทำได้น้อยลง
- มอเตอร์ไฮดรอลิคเสื่อมสภาพจากการใช้งานมายาวนาน อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ หรือบางกรณีไส้ปั๊มเสื่อมสภาพทำให้มีช่องว่างน้ำมันไหลกลับ
- รีลิฟวาล์วเสียหาย หรือบางกรณีรีลิฟวาล์วค้าง ไปจนถึงการตั้งค่าผิด ส่งผลให้น้ำมันถูกปล่อยกลับถังเร็วเกินไป แรงดันจึงขาดหายตามด้วย
วิธีแก้เบื้องต้นในการปรับแรงดันปั้มไฮดรอลิค
ใครกำลังเจอปัญหาปั้มไฮดรอลิคไม่มีแรง และกำลังหาวิธีแก้เพื่อให้การปรับแรงดันปั้มไฮดรอลิคสามารถสร้างประสิทธิภาพการทำงานให้ดีที่สุด สามารถทำคำแนะนำเหล่านี้ได้เลย
1. ตรวจสอบให้ละเอียดก่อนใช้งาน
ลองตรวจสอบอุปกรณ์ไฮดรอลิคต่าง ๆ รวมถึงของเหลวจำพวกน้ำมันว่ายังอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมหรือไม่ มีส่วนใดสึกหรอ เสื่อมสภาพ หรือใช้งานมานานก็เปลี่ยนใหม่ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาปั๊มไม่มีแรงได้จริง
2. ซ่อมตามอาการที่เกิดขึ้น
หากมีความผิดปกติใด ๆ ต้องรีบหาสาเหตุจากนั้นก็ซ่อมตามอาการที่เกิดขึ้นทันที เช่น เปลี่ยนท่อดูดหรือซีลคอปั๊มใหม่หากรั่วหรือเสื่อมสภาพลง เป็นต้น หรือถ้าไม่แน่ใจควรให้ช่างมืออาชีพเข้ามาช่วยแก้ไข
3. ตรวจเช็กคู่มืออย่างละเอียด
พื้นฐานสำคัญมากนั่นคือมีการตรวจเช็กคู่มืออย่างละเอียดอย่างสม่ำเสมอ ตรงไหนควรอยู่ตำแหน่งใด การปรับแรงดันปั้มไฮดรอลิคของงานแต่ละประเภทควรอยู่ในระดับไหน เช็กประสิทธิภาพอะไหล่ อุปกรณ์ว่าใช้งานได้ยาวนานแค่ไหน เมื่อใดควรเปลี่ยน เป็นต้น
